นักวิชาการหนุน แก้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้เป็นเรื่อง “ระบบคอมพิวเตอร์” แท้ ๆ

แม้อาชญากรรมไซเบอร์จะเป็นภัยร้ายแรง แต่กลับไม่ได้รับความสำคัญ เพราะพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์สนใจจะเอาผิดแต่เรื่องเนื้อหาในเน็ต วงเสวนาที่จัดโดยแผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) ถกหาทางออกต่อเรื่องนี้

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2554 โครงการวิจัย “การปรับปรุงกระบวนการนิติบัญญัติของประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ภายใต้การสนับสนุนของ แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) หลังการนำเสนอบทวิเคราะห์ มีวงเสวนาที่อภิปรายกันเรื่องบทบาทความรับผิดชอบของตัวกลาง และข้อเสนอให้ปรับแก้พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer-related Crime Act) ฉบับปัจจุบัน ให้เป็นพ.ร.บ.อาชญากรรมคอมพิวเตอร์บริสุทธิ์ (Pure Computer Crime)

ระดับชั้นของตัวกลางและความรับผิดชอบ

วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิป.คอม เล่าว่า กฎหมายไทยทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันกับสังคมโลกไม่ได้ เพราะในทางการให้บริการ อินเทอร์เน็ตไม่มีขอบเขตของอาณาจักร แต่ในทางกฎหมายยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ดังนั้นทำให้เมื่อต้องแข่งขันกันก็เป็นเรื่องยากที่เว็บพันทิปของไทยจะสู้กับเฟซบุ๊กของอเมริกาได้

วันฉัตรเล่าถึงกรณีเว็บไซต์ 212cafe.com ที่เปิดให้บริการเว็บบอร์ด แต่ถูกฟ้องเพราะมีภาพไม่เหมาะสมหลุดเข้ามาในระบบ และต้องมีโทษตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งสุดท้ายเจ้าของเว็บไซต์ยอมแพ้กับการต่อสู้คดีและออกจากวงการอินเทอร์เน็ตไป ปรากฏการณ์นี้บอกให้เห็นว่าเราต้องเสียผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของวงการไปซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการยุติธรรม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปเสนอว่า กฎหมายในส่วนที่เขียนถึงผู้ให้บริการ ควรกำหนดระดับชั้นผู้ให้บริการด้วย โดยควรกำหนดความหมายของคำว่าผู้ให้บริการในระดับที่ “ใกล้” กับเนื้อหาที่สุด อาจหมายถึงweb moderator (ผู้อำนวยการสนทนาในเว็บบอร์ด) ซึ่งถือว่าใกล้เนื้อหาที่สุด รองมาก็คือ web administrator (ผู้ดูแลระบบเว็บ) ถัดมาก็คือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (อย่างเว็บโฮสติ้ง) ถัดมาถึงเป็นอินเทอร์เน็ตประเทศไทย (ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายพื้นฐาน) ในทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เชื่อว่าถ้าตำรวจจะส่งจดหมายให้ใครก็ควรส่งให้คนที่ใกล้เนื้อหาที่สุด

เจตนาและบทลงโทษตัวกลาง

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ตกล่าวว่า เมื่อพูดถึงเรื่องภาระรับผิดของผู้ให้บริการหรือ “ตัวกลาง” มีประเด็นที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมของโทษด้วย ตอนนี้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กำหนดให้ผู้กระทำผิดและตัวกลางในฐานะผู้สนับสนุนต้องรับโทษเท่ากัน ทั้งที่ในความผิดอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา กำหนดโทษของผู้สนับสนุนไว้เพียงกึ่งหนึ่งหรือสองในสาม

ด้าน ชวรงค์ ลิมปัทมปาณี ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์กล่าวว่า สำหรับเรื่องความรับผิดชอบของตัวกลางนั้น เห็นว่าหากเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วมีเว็บบอร์ด เราจะไม่รับผิดชอบต่อเว็บบอร์ดไม่ได้ ยังไงก็ต้องดูแล เพียงแต่กระบวนการดูแลนั้นต้องมีแค่ไหนอย่างไร เช่น ควรมีกำหนดเวลาให้ชัดเจน เช่น สามวันหรือห้าวัน หากผู้ดูแลระบบยังไม่ดำเนินการจึงค่อยถือว่ามีความผิด

ตอนที่มีกฎหมายฉบับนี้ สภาผู้ดูแลเว็บไทย ซึ่งปัจจุบันไม่มีการทำงานแล้ว ได้ออกแนวปฏิบัติออกมา มีข้อหนึ่งที่บอกว่า เว็บบอร์ดเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ต้องกำหนดให้ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาไม่ชัดเจนจึงเป็นปัญหา

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่บริสุทธิ์

สำหรับประเด็นที่ว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ควรมีเฉพาะส่วนที่ว่าด้วยอาชญากรรมคอมพิวเตอร์แท้ๆ เช่น การเจาะระบบ การดักข้อมูล หรือควรรวมเรื่องความผิดเกี่ยวกับเนื้อหาด้วยนั้น ชวรงค์เล่าว่าพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับปัจจุบันก็มีเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกที่จะรวมความผิดไปถึงเรื่อง “เนื้อหา” เมื่อมาถึงยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หลังรัฐประหาร เขาสามารถควบคุมสื่อเดิมได้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องควบคุมเว็บที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง โดยเขาชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายที่ใช้เวลาพิจารณานานที่สุดในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คือเป็นฉบับแรก และใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเสร็จ ในขณะที่กฎหมายอื่นๆ ของสนช.ใช้เวลาไม่กี่วัน ดังนั้นต้องถือว่าเป็นกฎหมายที่ผ่านการกลั่นกรองมาดีกว่ากฎหมายหลายฉบับ

“ความจริงเว็บข่าวทั้งหลายที่มีสื่อเดิมอยู่แล้วไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้โดยตรง ส่วนที่ได้รับผลกระทบก็คงจะเป็นเว็บข่าวทางเลือก” ชวรงค์กล่าว

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กล่าวว่า มาตรา 14 ที่ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเนื้อหานั้น แต่เดิมในร่างแรก ๆ ไม่มี แต่เพิ่มขึ้นมาตามความต้องการของสังคม มีการพูดกันว่ากฎหมายทั้งฉบับใช้แค่มาตรา 14 ในเรื่องเนื้อหา ทั้งที่พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นกฎหมายที่คำนึงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์นั้น ใช้แต่มาตรา 14 และ 15

“ก็มีการคุยกันว่า มาตรา 14 จะเอาไว้ไหม แต่เมื่อมันมีแล้ว การเอาออกยากมาก การจะใส่หรือไม่ใส่ ไม่ยากเท่าใส่แล้วเอาออก” สุรางคณากล่าว

อาทิตย์เล่าว่า ล่าสุดมีกรณีของนักกิจกรรมที่ขับเคลื่อนเรื่องร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข โดยเขียนในเฟซบุ๊กถึงสถิติจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกา นำมาเปรียบเทียบกับสัดส่วนประชากรของประเทศไทย ซึ่งทำให้ถูกฟ้องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) เพราะถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลปลอม และยังมีกรณีที่สมาชิกสหภาพแรงงานโดนนายจ้างฟ้องร้องหลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลร้องเรียนในอีเมล

ปัญหาสำคัญของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อีกเรื่องก็คือ ความผิดในกฎหมายเกือบทั้งฉบับเป็นอาญาแผ่นดิน เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ซึ่งหากเป็นความผิดต่อสาธารณะ ก็อาจยอมรับได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่กรณีความผิดต่อบุคคล ทำไมจึงให้ยอมความไม่ได้ เช่น มาตรา 14 (1) ซึ่งถูกใช้มากในการกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท มีปัญหาว่าแม้คู่ความจะไม่เอาความแล้วแต่ก็ไม่สามารถยุติการดำเนินคดีได้ ดังเช่นในคดีสมาชิกสหภาพแรงงาน ที่นายจ้างต้องการถอนแจ้งความแต่ไม่สามารถทำได้

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์บริสุทธิ์

อาทิตย์เห็นว่า ควรให้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องอาชญากรรมคอมพิวเตอร์บริสุทธิ์ ทั้งนี้ที่ผ่านมาพบว่าสถิติคดีความตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่เป็นคดีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์บริสุทธิ์หรือความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์มีน้อยมาก กฎหมายฉบับที่ใช้อยู่เขียนในส่วนอาชญากรรมคอมพิวเตอร์บริสุทธิ์ค่อนข้างดี ถูกร่างขึ้นโดยคนที่มีความเชี่ยวชาญ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการนำมาใช้

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากทีดีอาร์ไอ กล่าวสนับสนุนว่า ควรปรับกฎหมายให้เป็นพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แท้ คือ ไม่มีเรื่องหมิ่นประมาท ความมั่นคง ทรัพย์สินทางปัญญา และเสนอด้วยว่าควรปรับแก้ให้ความผิดในกฎหมายฉบับนี้เป็นความผิดที่ยอมความได้ นอกจากนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับหลักฐานพยานทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีสิ่งที่เรียกว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอิเล็กทรอนิกส์ (ป.วิ.อาญาอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อให้การตีความในทุกกฎหมายมีบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ลักลั่น

ด้านวันฉัตรเสนอเช่นกันว่า อยากให้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์บริสุทธิ์ เพราะเมื่อมีเรื่องเนื้อหาเข้ามาเกี่ยวข้องจะนำไปสู่ความลักลั่นมากมาย และสงสัยว่า หลายๆ ประเด็นน่าจะใช้วิธีแก้ไขเพิ่มเติมในประมวลกฎหมายอาญามากกว่ามาเขียนเติมในพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

อาทิตย์เห็นว่า เรื่องเนื้อหาในออนไลน์ก็เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพด้านอื่นๆ ด้วย เช่น สิทธิแรงงาน สิทธิผู้ป่วย ดังนั้น ควรต้องมองด้วยว่าพ.ร.บ.คอมจะไปทำงานกับกฎหมายตัวอื่นได้อย่างไร นอกจากนี้เขายังตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนของทหารและตำรวจในคณะกรรมการตามร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง และที่เหลือส่วนใหญ่มาจากฝ่ายการเมือง อีกทั้งไม่มีตัวแทนจากหน่วยงานด้านสิทธิหรือจากภาคเอกชนเลย

จะปรับแก้กฎหมายอย่างไร หรือไม่จำเป็นต้องปรับแก้ ?

ชวรงค์เห็นว่า สำหรับกรณีที่ว่าควรบรรจุเรื่อง “หมิ่นประมาท” ควรบรรจุไว้ในพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไหม ถ้าไม่มีก็ต้องมีการเขียนเชื่อมโยงให้ชัดเจนว่า จะสามารถนำเอากฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วไปใช้กับโลกออนไลน์ได้อย่างไร จากประสบการณ์ที่ผ่านมา กฎหมายยิ่งแก้ยิ่งแย่ ดังนั้นถ้ากฎหมายไม่เลวร้ายเกินไป ควรไปจัดการเรื่องกระบวนการใช้กฎหมายจะง่ายกว่าหรือไม่ และการแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ยากและใช้เวลานาน

ด้านสุรางคณาเห็นว่า กฎหมายสมัยใหม่ควรเขียนรายละเอียดไว้ในกฎหมายลูก เพราะง่ายกว่า ไม่ควรกลับไปแก้ไขที่กฎหมายแม่อย่างประมวลกฎหมายอาญา เพราะทั้งยุ่งยากและตรวจสอบไม่ได้

สุรางคณากล่าวว่า เมื่อปัญหาของกฎหมายอยู่ที่การบังคับใช้ อยู่ที่ความสามารถของผู้บังคับใช้กฎหมาย จะทำอย่างไร เรื่องนี้นำมาสู่การเรียกร้องว่ากฎหมายหย่อนยานมาก ก็ต้องแก้ไขกฎหมาย แล้วการแก้ไขกฎหมายก็มีคนมาจากหลายกลุ่ม อยู่ที่ว่าจังหวะไหนใครมีอำนาจ

สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอว่า มีการพูดกันมากว่าการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา แต่ส่วนตัวไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องปกติ พูดเมื่อไรก็ถูก ไม่อยากให้มองแค่ว่ากฎหมายดีอยู่แล้วแต่คนใช้มีปัญหา แต่พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีปัญหาที่ตัวกฎหมายจริงๆ เช่นการเขียนกฎหมายไม่ชัดเจน ไม่รัดกุม อันนี้เป็นปัญหาที่ตัวกฎหมาย ไม่ใช่ที่การบังคับใช้

สุรางคณา ในฐานะผู้ผลักดันร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้กระบวนการร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็น เป็นเวทีขนาดเล็ก แต่พยายามไปให้ถึงทุกขั้วในสังคมไทย และอีกประเด็นที่พยายามให้เกิดคือเรื่องการดูแลกันเอง หรือ self-regulation

บทความ/เอกสารที่เกี่ยวข้อง

My Computer Law
คุณคิดว่ากฎกติกาของอินเทอร์เน็ตควรเป็นอย่างไร ?
เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นในแบบสำรวจ คำถามมีทั้งหมด 6 ข้อ ใช้เวลา 2-10 นาที
รายงานการสำรวจที่จะเปิดเผยสู่สาธารณะ จะเป็นสถิติภาพรวมที่ระบุตัวตนของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้
คลิกที่นี่เพื่อทำแบบสำรวจ

4 ตอบกลับที่ “นักวิชาการหนุน แก้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้เป็นเรื่อง “ระบบคอมพิวเตอร์” แท้ ๆ”

  1. [...] ในช่วงท้าย เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิป.คอม, ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และคณะทำงานร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่, อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต, สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, และผู้เข้าร่วมเสวนาคนอื่น ๆ อ่านสรุปประเด็นแลกเปลี่ยน คลิกที่น… [...]

  2. [...] กำหนดระดับชั้นของผู้ให้บริการและผู้ดูแลที่เกี่ยวกับเนื้อหา ตามความใกล้กับเนื้อหา [...]

  3. [...] ในช่วงท้าย เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิป.คอม, ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และคณะทำงานร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่, อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต, สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, และผู้เข้าร่วมเสวนาคนอื่น ๆ อ่านสรุปประเด็นแลกเปลี่ยน คลิกที่น… [...]

  4. [...] กำหนดระดับชั้นของผู้ให้บริการและผู้ดูแลที่เกี่ยวกับเนื้อหา ตามความใกล้กับเนื้อหา [...]

ใส่ความเห็น